Q: ทำรัยอยู่
A: นั่งคิดงาน
Q: กำลังยุ่งมั้ย
A: (อึ้ง + เงียบ)
Q: งานเยอะเหรอ
A: (เงียบ อีก)
Q: ว่างมั้ย
A: (ไม่ใช่ไม่อยากตอบ แต่ทำไมตอบไม่ถูกหว่า)
กับคำถามง่ายๆ แต่ทำไมรู้สึกว่าตอบยากจัง เริ่มแปลกใจกับตัวเอง เพราะก่อนหน้านี้(ที่บ้านเรา)ในบางครั้งที่ต้องทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมๆ กัน เช้า บ่าย เย็น ค่ำ มีนู้นมีนี่ ไปโน้นมานี่ ต้องทำโน้นทำนี่ เราจะสามารถตอบคำถามแบบนี้ได้โดยไม่ต้องคิดอะไรเลย เพราะรู้สึกว่า คำว่า “ยุ่ง” กับ “เยอะ” เป็นเหมือนสิ่งที่สามารถวัดเป็นปริมาณได้
แต่ตอนนี้ล่ะมันไม่ได้มีอะไรต้องทำ “เยอะ” ในแง่ของจำนวน และมันก็ไม่ “ยุ่ง” ซ่ะจนไม่มีเวลากินข้าว ฟังเพลง ออกกำลังกาย หรือเล่นเน็ต ฯลฯ
ชักสับสนกับคำว่า “ยุ่ง” เพราะถ้าตอบว่า “ไม่ยุ่ง” คนเขาก็คงมักจะคิดว่าว่าง และในเมื่อเล่นเน็ตได้ ไปเที่ยวได้ ก็น่าจะว่าง แต่ถ้าตอบว่า “ยุ่ง” ก็ไม่แน่ใจ เพราะแค่นั่งๆ นอนๆ เดินไปเดินมา
สรุป “ยุ่ง” หรือ “ไม่ยุ่ง”, “เยอะ” หรือ “ไม่เยอะ”, “ว่าง” หรือ “ไม่ว่าง”
นับวันจะเริ่มคุยกับคนไม่รู้เรื่องแล้วเหรอป่าวเนี้ย…
จะยุ่ง เยอะ ว่าง ไม่ว่าง มันอยู่ที่ตัวเดียว well organized
ตอนนี้เห็นแล้วว่า ทำไมเพื่อนฝรั่งเศส ตอนมันจะจบ ก็บ่นๆงานเยอะ
แต่ก็ยังสามารถจัดปาร์ตี้ ไปเที่ยวได้
เพราะมันจัดการบริหารเวลาดี
ทำงานเป็นทำ
พักเป็นพัก
เที่ยวเป็นเที่ยว
เมาเป็นเมา
แต่ผมยังขาดตัวนี้อีกเยอะล่ะ ต้องท่องเข้าไว้
อีกสิ่งหนึ่งที่ขอเสริมคือ พวกนี้ทำงานเร็วมาก และดีด้วย เวลาเขาเลยเหลือเยอะ
ย้อนกลับไปดูการทำงานแบบพี่ไทย โดยเฉพาะภาคราชการ บลาๆๆ
เพราะงั้นบางคน เลยทำเหมือนยุ่งอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่งานบางอันทำไม่เกิน ชม ก็เสร็จ
แต่ดันใช้เวลาทั้งวัน แต่ทำให้ดูเหมือนยุ่ง สุดท้ายงานเสร็จ + ยุ่ง + เวลาหนึ่งวันเต็ม
ลองเปรียบเทียบกับอีกคนหนึ่ง เหมือนทำเรื่อยๆ และแป๊บเดียวเสร็จ ที่เหลือว่าง
สุดท้ายงานเสร็จ + ไม่ยุ่ง + เวลาทำหนึ่ง ชม
ผลประเมินของ 2 คนนี้ อาจจะไม่เท่ากันในสายตาของคนประเมิน(บางคน)
เคยเห็นหลายคน(ที่บ้านเรา) ใช้ตัวชี้วัดหลัก(แทบจะอย่างเดียว) ในการประเมินคน คือ จำนวน ชม. ในการทำงาน ใครอยู่ดึกๆ ก็สรุปไปแล้วว่าขยัน จริงๆ แล้วก็ไม่ผิดอะไร เพียงแต่ยังถูกไม่หมดเท่านั้นเอง
เคยเห็นคนเป็นครูด้วย ว่าให้คะแนนหลักจากจำนวนหน้ากระดาษที่เด็กเขียนมา เขียนเยอะก็ได้เยอะ เคยมีเพื่อนที่เรียนวิชาหนึ่งไม่เคยรู้เรื่องเลย สุดท้ายมันไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว เลยท่องแทบทุกหน้า ทุกบท แล้วก็เขียนสิ่งที่ท่องมาทั้งหมด โดยไม่สนใจโจทย์ด้วยซ้ำไปว่าถามอะไร สุดท้ายได้ B+ มาเฉยเลย(มีคนได้ A แค่ 2 คน)
วิธีการวัด การมอง และการประเมินคน เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่รู้สึกว่าระหว่างพี่ไทย และฝรั่ง มีความแตกต่างกัน