Bangkok to Montpellier

ไม่ได้เขียนหลายวัน เนื่องจากต้องรอติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเน็ตเวิร์กของหอพักก่อน จึงจะใช้งานได้ ไปถึงเขาก็บอกว่าให้เอาเครื่องมาให้ดูด้วย เดินกลับห้องแบบงงๆ (จะให้เอาไปทำไมหว่า) แล้วนี่ถ้าเอาเครื่องพีซีมา ไม่ต้องแบกไปให้พี่แกเลยเหรอ สุดท้ายพี่แกเช็คดู mac address แล้วก็ add proxy ในตัวบราวเซอร์ให้ กลับมาที่ห้องลองใช้งานดู อ้าวไม่ได้นี่หว่า เดินกลับไปอีกรอบ(อยู่คนละตึกกัน) พี่แกยืนย้นชัดเจนว่าต้องใช้ได้ซิ (สงสัยเป็นคนทำงานดีมาตลอด) ก็ให้พี่แกเช็คเอาสายแลนเสียบดู อืม ไม่ได้เนอะ (คราวนี้เชื่อแล้ว) เช็คไปเช็คมา โอว..ใส่ค่า mac address ผิดนิ 

19 กย 51 มาถึงสุวรรณภูมิเกือบๆ ห้าโมงเย็น เดินไปเดินมาอยู่พักใหญ่ ไม่เห็นมีไรน่าตื่นเต้นเลย ใหญ่อย่างเดียว จากนั้นเข้าเช็คอินตอนหกโมงกว่าๆ ลุ้นตอนชั่งน้ำหนักว่าจะผ่านหรือไม่ เพราะรู้อยู่แล้วว่า 34 ก.ก. แน่ๆ หลังจากยื่นพาสปอร์ตให้ โชคดีหน่อยเจ้าหน้าที่บอกว่าถุงกอล์ฟไม่ต้องชั่ง(ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม) ปรากฎว่า 2 กระสอบที่เอามานั้น 29.4 ก.ก. ก่อนเขียนเจ้าหน้าที่ถามว่า

ขอโทษน่ะครับ เอ่อ จะไปทำงานที่สถานทูต หรือเปล่าครับ (สงสัยหน้าตาออกแนวไฮโซ) !!

ก็ตอบไปแบบอ้อมๆ หน่อย(ไว้ฟอร์ม) กลัวมีปัญหาเรื่องน้ำหนักเกิน จากนั้นในตั๋วเขียนว่าน้ำหนัก 20 ก.ก. (โย่วๆ รอดตายแล้ว) โถ รู้ยังนี้ไม่น่าเอาติดตัวไปเยอะเลยอ่ะ(14 กก) แบกกันหลังเกือบหัก 

ออกจากสุวรรณภูมิตอน 20.40 น กำลังจะเริ่มหลับ(เหนื่อยมาหลายวัน) อ้าว แอร์มาถามว่าจะกินอะไร เอาล่ะสิ คราวนี้ได้ใช้ภาษาอังกฤษที่สุดแสนจะแข็งแรงเป็นครั้งแรกแล้ว เปิดเมนูมา โอวแม่เจ้า ไม่รู้จักซักอย่าง อ่านออกและคิดว่าออกเสียงได้อยู่บรรทัดเดียว ตรงที่มีคำว่า chicken(ไก่) อืม เอาอันนี้แหละ อ่า แล้วน้ำอีกล่ะ เห็นฝรั่งข้างๆ สั่งอะไรก็ไม่รู้ อ้ายเราก็มั่นใจอย่างแรงว่าน่าจะออกเสียงไม่เพี้ยนได้ 2 อย่าง orangeade กับ water ปรากฎว่าแอร์หน้าตางงๆ แต่สุดท้ายก็เอามาให้ถูก (น่าเอาไปเดาข้อสอบ)

แล้วแวะเปลี่ยนเครื่องที่ Abu Dhabi เดินไปเดินมา(อีกแล้ว) 2 ชม แขกเต็มสนามบินเลย จากนั้นเปลี่ยนเครื่องบินไปปารีส หลับไปได้ซักพักหนึ่ง เริ่มเสริฟอาหาร(อีกแล้ว) คราวนี้หนักกว่าเดิม ไม่รู้จักซักเมนู โชคดีมี key word ที่ช่วยชีวิตไว้ได้คือคำว่า salmon (รอดตายไปอีกมื้อ)

ถึงสนามบิน Paris Charles de Gaulle ตอน 7.30 น(เวลาในไทย 12.30 น.) ผ่านตรง ต.ม. ลุ้นอยู่ในใจว่า อย่าถามรัยตรูน่ะโฟ้ย แล้วยืนทำหน้าตาเฉยๆ หน่อย โชคดีไม่โดนถามซักคำ(ไม่งั้นมีสิทธิ์ติดอยู่ที่ ต.ม.อีกนาน เพราะพูดไม่รู้เรื่อง) แวะรอเปลี่ยนเครื่อง 4 ชม(ดีหน่อยที่มีเวลาให้หลงทางได้อีกนาน) แต่สนามบินนีี้มีป้ายบอกค่อนข้างดีมาก เลยใช้เวลาหาที่ต่อเครื่องได้ไม่นาน

เดินไปเดินมาเริ่มหิว หาอะไรถูกๆ กินหน่อยดีกว่า เดินไปเห็นครัวซอง(น่าจะถูกที่สุดแล้ว) สั่งไปหนึ่งชิ้น แล้วได้กลับมาสองชิ้น 3€ (150 บาท) ไม่รู้คนซื้อโง่(ภาษา) หรือคนขายบ้า(ค้ากำไร)กันแน่ 

ตอนอยู่ในสนามบินมีพวกชาติไหนก็ไม่รู้เดินมาถามทาง 2-3 คน (สงสัยดูเหมือน guru) เริ่มมั่นใจว่าในสนามบินนี้ไม่ได้มีกระเหรี่ยงคนเดียวซ่ะแล้ว (อิอิ) และแล้วก็ได้เวลาเดินทางต่อไป

ถึง Montpellier ตอนบ่ายโมง ระหว่างรอกระสอบจากสายพาน มีหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งเดินเข้ามาถามว่า

โทษครับ เป็นคนไทยหรือเปล่าครับ !!

สงสัยหน้าตาผมเหมือนฝรั่งมากเลยเหรอพี่ อารมณ์นั้นแทบอยากโดดกอดพี่แดง(ม.ช.) จังเลย ยังกะเสียงสวรรค์ เพิ่งรู้ว่าไม่ได้ยินภาษาไทยมา 24 ชมเนี้ยมันทรมานขนาดไหน มีผู้ร่วมคณะมาคือ ยุ้ย และซัน (ม.อ.) เสร็จแล้วไปกินข้าวที่หอยุ้ย แล้วเอาของไปเก็บที่หอผม จากนั้นเขาจะไปตีแบดกัน อืม เอาก็เอา ไปด้วยๆ

 

นั่งรอไปเรื่อยๆ เริ่มง่วง โดดเข้าร่วมวงเข้าตีแบดด้วยดีกว่า(น้ำท่ายังไม่ได้อาบเลยเนี้ย) เสร็จสรรพแล้ว ยุ้ยพาไปเดินหาซื้อของที่ casino(ซุปเปอร์มาเก็ต) กลางคืนเขามีนัดไปกินข้าวกันที่บ้านยุ้ย(ม.อ.)(ที่นี่มีสองยุ้ย) คืนนี้มากันสิบกว่าคน เปิ้ล(ม.อ.)กับบี จาก Toulouse อุตส่าห์มาร่วมวงด้วย  

 

คืนนั้นกว่าจะได้กลับห้าทุ่ม ขากลับยุ้ย(ม.อ.)บริจากทีวี กับกระทะมาให้ แล้วพี่แดงก็ขับรถมาส่งที่หอ กว่าจะได้อาบน้ำครั้งแรกเที่ยงคืนกว่า(ร่วม 36 ชมแล้วที่ไม่ได้อาบน้ำ) ง่วงสุดๆ หลับเป็นตายเลย พรุ่งนี้มีนัดไปเดิน Mosson ตอนเก้าโมงครึ่งอีก…..

 

4 Comments

Filed under story

4 Responses to Bangkok to Montpellier

  1. ja

    เย้ๆ อาจารย์ถึงแล้ว .. ฟังดูน่าสนุก + ปนเหนื่อย นะค่ะ

  2. พี่สาว

    เพิ่งได้เข้ามาเปิด เมล์ เลยรู้ว่าในนี้มีเว็บบล็อก แต่ขอบอกใช้ไม่ค่อยจะเป็น

    เอาเป็นว่ารู้แล้วว่าถึงที่หมาย โดยไม่ทุลักทุเล และมีเพือ่นๆมากมาย ก็โอเคแล้ว

    เมื่อวานตุ้มโทรมา บอกว่าตุ้มและอะตอมสบายดี (น้ำเสียงหนักแน่น) ไม่ต่างไปจากชีวิตปกติเท่าไร

  3. Ko

    @พี่สาว
    มันไม่มีอะไรหรอกน่ะ เปิดอ่านอย่างเดียว ขอบคุณสำหรับตังค์ที่ให้มา ไม่ได้โทรไปหาเลยน่ะ(ค่าโทรแพง) ยังไงๆ ก็ตามเรื่องราวจาก blog นี้ได้

    ถ้ามีโอกาสก็มาเที่ยวน่ะ…

  4. Nam

    กำลังจะไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ Montpellier
    อยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ
    ถ้าถามจากคนที่ไปมาแล้วจริงๆน่าจะดีสุด
    รบกวนด้วยนะคะ ติดต่อกลับทาง email

    ขอบคุณค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Connecting to %s