July 29, 2009

Liar

lie

ผมเคยมีเพื่อนสนิทสมัยเรียน ที่อยู่ก๊วนเดียวกันอยู่คนหนึ่ง เป็นคนดูดี ฐานะทางบ้านค่อนข้างดี ใจถึง สำอาง พูดเพราะ ดูน่าเชื่อถือ ฯลฯ แต่หลังจากคบกันไปได้พักใหญ่ เพื่อนๆ เริ่มเห็นว่า มันเป็นที่คนชอบพูดโกหกจนเป็นนิสัย เรื่องที่ไม่น่าจะโกหกก็สามารถโกหกได้ เรียกได้ว่าช่วงหลังๆ เพื่อนทั้งก๊วนต้องคิดตรงกันข้ามกับที่มันพูดเสมอ คือว่า มันพูดอะไร เราก็ต้องคิดกลับกัน ถ้ามันพูดว่า “1″ ทุกคนจะอนุมานว่าจริงๆ แล้วคือ “0″ หรือถ้ามันพูดว่า “ดำ” จริงๆ แล้วก็คือ “ขาว”

นั่นคือ แทบทุกอย่างที่มันบอกเราต้องสมมติไว้ก่อนว่าเป็น “เท็จ” ซึ่งจะทำให้เรารู้ว่าได้อะไรคือ “จริง”

ตรงนี้จะต่างกันหน่อยกับคนที่ชอบพูดความจริง ถ้าเขาพูดว่า “จริง” มันก็คือ “จริง”

ดังนั้นช่วงหลังๆ เพื่อนๆ จึงสามารถรู้ได้ว่าอะไรคือ “จริง” จากสิ่งที่มันพูด เพราะมันมักจะชอบพูด “เท็จ”

ดังนั้นใครก็ตามที่ผมปักใจเชื่อว่าเป็นคนชอบพูด “เท็จ” จนเป็นนิสัย จะทำให้ผมอนุมานไปได้ว่าจากสิ่งที่เขาพูดนั้น “ความจริง” คืออะไร..

July 29, 2009

Dislike

ผมค่อนข้างชอบกับระบบขนส่งมวลชนของที่นี่อยู่มาก ไม่ว่าจะเป็น ตารางการเดินรถ และปริมาณของรถที่เพียงพอ แต่ข้อเสียคือ วันอาทิตย์ที่จำนวนเที่ยวรถจะน้อยลง และบางเส้นทางจะไม่มีรถวิ่ง แต่อย่างไรแล้วก็ยังรู้สึกดีกว่าขับรถเองอีก เพราะเส้นทางในเมืองดูงงๆ ถนนเล็กๆ เต็มไปหมด หาที่จอดรถยาก หรือไม่ก็ต้องจ่ายค่าจอด ยังไม่รวมอย่างอื่นอีกสารพัด

ที่บ้านเราจังหวัดที่ขับรถยาก(ไม่รวมกรุงเทพ) ผมคิดว่าน่าจะเป็นภูเก็ต เพราะไปทีไรหลงทุกครั้ง แต่พอมาเจอที่นี่ ผมว่าขับรถยากกว่าที่ภูเก็ตซ่ะอีก

จากการได้ใช้ระบบขนส่งมวลชนของที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นทั้งรถราง และรถเมล์ ทำให้เห็นพฤติกรรมของคนที่นี่อย่างหนึ่งที่เห็นแล้วรู้สึกขัดลูกตา อึดอัด และขัดใจมาก คือน้ำใจที่ควรจะต้องให้กับเด็ก และคนชรา

ในกรณีที่ที่นั่งในรถเต็ม แล้วมีเด็กเล็ก หรือคนชราขึ้นมาทีหลัง ผมแทบจะไม่ค่อยได้เห็นคนกลุ่มวัยรุ่น หรือวัยหนุ่มสาว หรือวัยทำงานก็ตาม ลุกขึ้นให้กับเด็กเล็ก หรือคนชรานั่งเลย

เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่ผมไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น คนเหล่านี้มีถูกปลูกฝังทัศนคติในเรื่องแบบนี้อย่างไร ทำไมเขาถึงมองเห็นเป็นเรื่องธรรมดาๆ แล้วเท่าที่สังเกต ก็เห็นนั่งกันหน้าตาเฉยด้วย

หรือว่าเราผิดปกติเองเหรอป่าวเนี้ย..

July 24, 2009

Busy or not?

Q: ทำรัยอยู่
A: นั่งคิดงาน
Q: กำลังยุ่งมั้ย
A: (อึ้ง + เงียบ)
Q: งานเยอะเหรอ
A: (เงียบ อีก)
Q: ว่างมั้ย
A: (ไม่ใช่ไม่อยากตอบ แต่ทำไมตอบไม่ถูกหว่า)

กับคำถามง่ายๆ แต่ทำไมรู้สึกว่าตอบยากจัง เริ่มแปลกใจกับตัวเอง เพราะก่อนหน้านี้(ที่บ้านเรา)ในบางครั้งที่ต้องทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมๆ กัน เช้า บ่าย เย็น ค่ำ มีนู้นมีนี่ ไปโน้นมานี่ ต้องทำโน้นทำนี่ เราจะสามารถตอบคำถามแบบนี้ได้โดยไม่ต้องคิดอะไรเลย เพราะรู้สึกว่า คำว่า “ยุ่ง” กับ “เยอะ” เป็นเหมือนสิ่งที่สามารถวัดเป็นปริมาณได้

แต่ตอนนี้ล่ะมันไม่ได้มีอะไรต้องทำ “เยอะ” ในแง่ของจำนวน และมันก็ไม่ “ยุ่ง” ซ่ะจนไม่มีเวลากินข้าว ฟังเพลง ออกกำลังกาย หรือเล่นเน็ต ฯลฯ

ชักสับสนกับคำว่า “ยุ่ง” เพราะถ้าตอบว่า “ไม่ยุ่ง” คนเขาก็คงมักจะคิดว่าว่าง และในเมื่อเล่นเน็ตได้ ไปเที่ยวได้ ก็น่าจะว่าง แต่ถ้าตอบว่า “ยุ่ง” ก็ไม่แน่ใจ เพราะแค่นั่งๆ นอนๆ เดินไปเดินมา

สรุป “ยุ่ง” หรือ “ไม่ยุ่ง”, “เยอะ” หรือ “ไม่เยอะ”, “ว่าง” หรือ “ไม่ว่าง”

นับวันจะเริ่มคุยกับคนไม่รู้เรื่องแล้วเหรอป่าวเนี้ย…

July 19, 2009

Avignon

เคยคิดไว้หลายสัปดาห์แล้วล่ะ ว่าจะต้องมาที่ avignon เมืองที่ควรจะต้องมาเยือนอีกเมืองหนึ่งของฝรั่งเศส

P1000370

Le Palais des Papes คือสถานที่พำนักขององค์สันตะปาปา (Pope) เมื่อสมัยช่วงศตวรรษที่ 14 ซึ่งสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ซึ่งว่ากันว่า ณ สถานที่นี้มีความสำคัญมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของยุโรป และได้ถูกประกาศให้เป็นมรดกโลกโดย UNESCO

P1000228

ตัวอาคารใหญ่โต และแข็งแรงมากๆ สร้างด้วยหิน โดยตัวผนังมีความหนาถึง 17 ฟุต เพื่อป้องกันการบุกรุก และจากการทำลายทุกรูปแบบในสมัยนั้น

P1000334

ส่วนสะพานในตำนาน Saint Benezet ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนั้น ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เป็นมรดกโลก ถูกสร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 12 แต่ได้ถูกน้ำท่วมเสียหายไปหลายครั้ง จนกระทั่งได้มีการบูรณะใหม่ในช่วงศตวรรษที่ 17

P1000290

Rhones river เป็นแม่น้ำสายหลักที่สำคัญสำหรับเมืองนี้ ซึ่งในประวัติศาสตร์นั้น จะใช้แม่น้ำสายนี้สำหรับการคมนาคม ขนส่งต่างๆ

P1000389

ช่วงซัมเมอร์นี้นักท่องเที่ยวจะมาที่ avignon เยอะมาก เพราะเป็นช่วง festival ของเมือง ซึ่งมีชื่อเสียงมากๆ

สำหรับครั้งนี้แล้วยังเที่ยวได้ไม่หมดเลย เนื่องจากสภาพแดดแรงจัด บวกกับอุณหภูมิราวๆ 30 องศา ดังนั้นอาจจะต้องตามมาซ้ำดาบสองในโอกาสต่อไป..

July 15, 2009

Fireworks

เมื่อวาน(14 ก.ค.)เป็นวันชาติของฝรั่งเศส ซึ่งมีคำขวัญของประเทศของเขาคือ เสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ ที่นี่ถือว่าเป็นวันหยุดอีกวันหนึ่ง ที่คนทั้งประเทศให้ความสำคัญมาก เพราะเขาถือว่าเป็นวันประกาศชัยชนะในการปฎิวัติระบอบการปกครองของประเทศ

ทุกเมืองมีการเฉลิมฉลองกัน ตามเมืองใหญ่ๆ มีผู้คนออกมากันอย่างมากมาย โดยเฉพาะที่ปารีสจัดพิธีสวนสนามกันอย่างยิ่งใหญ่มาก ส่วนที่ montpellier ก็มีงานพิธีเช่นกันในช่วงกลางวัน(แต่ไม่ได้ไปดู) ตั้งใจจะไปดูพลุตอนกลางคืนอย่างเดียว

ปกติผมไม่เคยไปดูพลุสวยๆ ที่บ้านเราเลย นั่งดูแต่ทางทีวีอย่างเดียว เคยเห็นก็แต่ตามงานวัดที่ไปเที่ยวเท่านั้น พอดีเมื่อวานนี้กำลังเห่อกล้องใหม่ เลยออกไปลองซ่ะหน่อย ไม่เคยถ่ายพลุมาก่อนเลย เพิ่งรู้ว่าถ่ายยากเหมือนกัน บวกกับไม่ค่อยรู้่ว่าต้องเซ็ตกล้องอย่างไรบ้าง ยังรู้สึกเสียดายอยู่เลยที่พลุของเขาสวยๆ แต่เราไม่สามารถเก็บภาพดีๆ มาไม่ได้ซ่ะงั้น

ปีนี้ที่ montpellier จัดงานแถวๆ นอกเมือง มีการเปิดดนตรีคลาสสิก ในช่วงที่มีการจุดพลุด้วย ด้วยเพลงเพราะๆ ท่ามกลางทุ่งข้าวสาลี และสวนองุ่น อีกทั้งความสวยงามของพลุ รวมไปถึงความยิ่งใหญ่ในจิตใจของคนในชาติ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงภูมิใจในความเป็นชาตินิยมของเขาเหลือเกิน

ไม่เป็นไรวันชาติไม่ได้มีหนเดียว เดี๋ยวปีหน้าค่อยออกไปแก้ตัวใหม่อีกครั้ง..

ปล. สำหรับภาพทั้งหมดของชุดนี้ ตามดูได้ใน Gallery ครับ

P1000483

P1000496

P1000477